ข่าวต่างประเทศ » อัยการเห็นสั่งฟ้อง เบนซ์ เรซซิ่ง-บอย นาคคำ ฐาน สมคบค้ายา-ร่วมกันฟอกเงิน

อัยการเห็นสั่งฟ้อง เบนซ์ เรซซิ่ง-บอย นาคคำ ฐาน สมคบค้ายา-ร่วมกันฟอกเงิน

26 พฤษภาคม 2017
564   0

ไม่รอด! อัยการเห็นสั่งฟ้อง “เบนซ์ เรซซิ่ง-บอย นาคคำ” ฐาน “สมคบค้ายา-ร่วมกันฟอกเงิน” – Manager Online

เผย อัยการฟ้อง เบนซ์ เรซซิ่ง และเครือข่าย บอย นาคคำ รวม 3 คน สมคบค้ายา – ร่วมกันฟอกเงิน ซึ่งอัยการคัดค้านประกัน ศาลนัดสอบคำให้การ 29 พ.ค. นี้

ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันนี้ (26 พ.ค.) เมื่อเวลา 16.00 น. เศษ พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดียาเสพติด 10 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช อายุ 30 ปี ภูมิลำเนา กรุงเทพมหานคร หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง นักแข่งรถชื่อดัง, นายสรรเสริญ หรือ เน็ต รสานนท์ อายุ 25 ปี ภูมิลำเนา จ.นนทบุรี และ น.ส.อังสุพร หรือ อุ้ม อินา อายุ 29 ปี ภูมิลำเนา จ.น่าน ทั้งหมดอาชีพรับจ้าง เป็นจำเลยที่ 1 – 3 ในความผิดฐานสนับสนุนช่วยเหลือผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและสมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522, พ.ร.บ. มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 3, 4, 6, 10, 14 และ พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 3, 5, 9, 60

ตามคำฟ้องระบุพฤติการณ์ สรุปว่า เมื่อต้นเดือน พ.ย. 2559 – 2 ก.พ. 2560 จำเลยทั้งสามกับ นายณัฐพล หรือ บอย นาคคำ จำเลยในคดีอาญา หมายเลขดำ อย.2187, 1883, 1257/2560 ของศาลอาญา, นายชัยวัฒน์ หรือ แป๊ะ ชูสาย จำเลยคดีอาญายาเสพติด ซึ่งศาลมีคำพิพากษาไปแล้ว กับพวกที่หลบหนี และยังไม่ได้ตัวมาฟ้องได้ร่วมกันสมคบสนับสนุนช่วยเหลือเพื่อกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดชนิดเมทแอมเฟตามีนไฮโดรคลอไรด์ ที่เป็นยาเสพติดประเภท 1 และร่วมกันวางแผนแบ่งหน้าที่กันทำในการเป็นผู้จัดหา ครอบครอง เก็บรักษา ลำเลียงยา หาลูกค้า และเป็นเครือข่ายการรับยาเสพติด รวมทั้งดำเนินการจัดการด้านการเงินที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายยาเสพติด ที่ นายณัฐพล หรือ บอย นาคคำ กับพวกเป็นผู้จัดหายาเสพติดและเป็นผู้ประสานงานในการขนถ่ายลำเลียง โดย นายอัครกิตติ์ จำเลยที่ 1 ได้เปิดบัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาวรจักร ส่วน นายสรรเสริญ จำเลยที่ 2 และ น.ส.อังสุพร จำเลยที่ 3 ร่วมกันเปิดบัญชี ธนาคารกสิกรไทย โดยใช้ชื่อของ น.ส.อังสุพร จำเลยที่ 3 เพื่อทำธุรกรรมทางการเงินเกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยได้จัดการรับฝากเงินและโอนเงินค่ายาเสพติดไปยังบัญชีธนาคารบุคคลตามคำสั่งของ นายณัฐพล จำนวนหลายครั้ง ขณะที่นายณัฐพลก็ได้มีการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารของบุคคลอื่นไปยังบัญชีของจำเลยที่ 1 – 3 หลายครั้ง ขณะที่พวกจำเลยเมื่อได้รับเงินก็จะโอนกลับคืนไปนายณัฐพล และโอนไปยังบัญชีธนาคารของ ณปภา หรือ แพท ตันตระกูล หลายครั้ง และ นายอัครกิตติ์ จำเลยที่ 1 ยังนำเงินที่ได้รับจากนายณัฐพล ไปซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ราคาแพง

ซึ่ง นายอัครกิตติ์ จำเลยที่ 1 ได้รับโอนเงินจากนายณัฐพล ในบัญชีชื่อบุคคลต่างๆ และจากจำเลยที่ 2 – 3 ตั้งแต่วันที่ 29 ธ.ค. 2557 จนถึง วันที่ 1 ก.พ. 2560 รวม 53 ครั้ง เป็นเงิน 11,072,547 บาท ซึ่งเป็นการซุกซ่อนเพื่อปกปิดแหล่งที่มา หรืออำพรางการได้มาซึ่งทรัพย์สินเพื่อมิให้นายณัฐพลต้องรับโทษ เหตุเกิดที่แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง, แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ, แขวงจอมพล เขตจตุจักร และแขวง-เขตดินแดง กทม. เกี่ยวเนื่องกัน

ต่อมาจำเลยทั้งสามได้เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนเมื่อวันที่ 6 และ 28 มี.ค. 2560 ชั้นสอบสวน นายอัครกิตติ์ จำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ส่วนนายสรรเสริญ และ น.ส.อังสุพร จำเลยที่ 2 – 3 ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

โดยท้ายคำฟ้อง อัยการระบุด้วยว่า หากจำเลยทั้งสามยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว โจทก์ขอคัดค้าน เนื่องจากเกรงว่ามีพฤติการณ์เป็นกระบวนการลักลอบขนลำเลียงยาเสพติดจำนวนมาก เพื่อจำหน่ายแก่ลูกค้า การกระทำเป็นภัยต่อสังคมอย่างร้ายแรงเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งคดีมีอัตราโทษสูงถึงประหารชีวิต จึงเกรงว่าจำเลยทั้งสามจะหลบหนี อย่างไรก็ตาม หากจำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพต่อศาลโจทก์ก็ประสงค์จะสืบพยานประกอบคำรับสารภาพด้วย

ทั้งนี้ ศาลประทับรับฟ้องไว้เป็นคดีดำหมาย อย 2201/2560 โดยศาลนัดสอบคำให้การจำเลยทั้งสามในวันที่ 29 พ.ค. เวลา 09.00 น.