ข่าวเด่น » 3 คนร้ายยิงเปิดฉากชิงตัวผู้ต้องหาคดียาเสพติดชาวเกาหลี แทง ตร.เจ็บสาหัสกลางศาลพัทยา

3 คนร้ายยิงเปิดฉากชิงตัวผู้ต้องหาคดียาเสพติดชาวเกาหลี แทง ตร.เจ็บสาหัสกลางศาลพัทยา

4 พฤศจิกายน 2019
64   0

 

โฆษกศาลยุติธรรม เผยเหตุ 3 คนร้ายคดียาเสพติดเหิมใช้ปืนยิงตำรวจประจำศาลพัทยา บาดเจ็บสาหัส เร่งตรวจดูกล้องวงจรปิด พร้อมประสานตำรวจจับกุมให้ได้

วันนี้ (4 พ.ย.) เมื่อเวลา 16.30 น. นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยว่าได้รับรายงานจากรักษาการณ์ผู้อำนวยการศาลจังหวัดหวัดพัทยา ว่าช่วงเย็นที่ผ่านมาที่ศาลจังหวัดพัทยาได้เกิดเหตุคนร้ายเป็นผู้ถูกคุมขังในคดียาเสพติดซึ่งมีอัตราโทษสูงถึงประหารชีวิตจำนวนจำนวน 3 คน ประกอบด้วย นายบาร์ต อาเลน เฮลมัส ชาวต่างชาติ1 ราย (รอตรวจสัญชาติ)และ น.ส.สิรินภา วิเศษฤทธิ์ ซึ่งเป็นภรรยานายบาร์ต เเละ ผู้ถูกคุมขังคดีครอบครองยาเสพติดชายอีก 1 ราย ทราบชื่อ นายหน่อย หรือต้น นิลเทศ

ซึ่งเป็นละคดีกันกับ 2 คนแรก ที่ถูกควบคุมตัวมาขึ้นศาล จากเรือนจำพัทยา ได้ใช้อาวุธปืน และมีดทำร้าย ร.ต.อ.ธนะเมศฐ์ โพธิพันธ์ รอง สว.ป.สภ.สัตหีบ ช่วยราชการศาลจังหวัดพัทยาที่ทำหน้าที่ดูแลพื้นที่บริเวณศาลพัทยา พร้อมหลบหนีขึ้นรถกระบะยี่ห้ออีซุซุขับหลบหนีไปโดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.พัทยาได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อติดตามจับกุมคนร้ายต่อไป

โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวต่อว่า จากการที่เจ้าหน้าที่ได้ดูกล้องวงจรปิดเบื้องต้นได้มีการรายงานว่า พฤติการณ์ของ3ผู้ต้องหาดังกล่าวมีการนัดแนะวางแผนกันมาอย่างดี ส่วนอาวุธปืนกับมีดที่คนร้ายใช้ก่อเหตุหลบหนีนั้น ทางเราจะต้องขอตรวจสอบรายละเอียดจากการไล่ดูกล้องวงจรปิดให้แน่ชัดจึงจะได้เบาะแสว่าอาวุธเหล่านั้นหลุดรอดสายตาเจ้าหน้าที่ไปถึงมือคนร้ายได้อย่างไร

ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำหน้าที่ดูแลบริเวณศาลนั้นนอกจากถูกแทงแล้วได้ถูกยิงด้วย แต่ขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่าบาดเจ็บส่วนไหนบ้าง แต่ได้มีการพาส่งโรงพยาบาลแล้วเบื้องต้นทราบว่าอาการสาหัส

“เบื้องต้นที่รับรายงานมา คนที่ลงมือยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจศาลเป็นคนร้ายที่เป็นคนไทย โดยใช้ปืนยิงเจ้าหน้าที่ศาลซึ่งดูแลพื้นที่บริเวณศาล และคนต่างชาติเป็นคนแทงโดยหลังจากคนร้ายชาวไทยยิงไปแล้ว 1 นัด จึงขู่ว่าจะยิงอีก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องเปิดประตู และพอได้ออกมาแล้วคนร้ายก็ใช้อาวุธปืนยิงเปิดทางจนวิ่งไปขึ้นรถกระบะที่จอดรออยู่หลบหนีไป” โฆษกศาลยุติธรรม กล่าว