ข่าวเด่น » สุดสะเทือนใจ ภารโรงขืนใจ นร.ม.2 คาโรงเรียนหลายครั้ง พอเรื่องแดงแขวนคอตายหนีผิด

สุดสะเทือนใจ ภารโรงขืนใจ นร.ม.2 คาโรงเรียนหลายครั้ง พอเรื่องแดงแขวนคอตายหนีผิด

4 กรกฎาคม 2019
37   0

 

 

พิษณุโลก – ภารโรงเครียดแขวนคอตายคาอาคารเรียนโรงเรียนฯ หนีความผิดข่มขืนนักเรียน ม.2 วัย 14 ปี ด้านเด็กที่ตกเป็นเหยื่อขาดเรียน 3 วันติดต่อกันแล้ว หลายหน่วยงานเร่งหาทางเยียวยาสภาพจิตใจ


วันนี้ (4 ก.ค.) พ.ต.ท.สมเกียรติ หมวกทอง รอง ผกก.(สอบสวน) ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวน สภ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก เปิดเผยว่า นางเอ (นามสมมติ) ชาวบ้าน อ.พรหมพิราม ได้พาลูกสาวคือ ด.ญ.บี (นามสมมติ) อายุ 14 ปี นักเรียนชั้น ม.2 เข้าแจ้งความร้องทุกข์เมื่อ 2 ก.ค.ที่ผ่านมาว่าถูกนายทองล้วน ภารโรงของโรงเรียนข่มขืนกระทำชำเราหลายครั้งในห้องพักของภารโรง 

นางเอยืนยันว่าสังเกตเห็นอาการผิดปกติของลูกสาวที่เคยเป็นเด็กรื่นเริงสนุกสนาน แต่ระยะหลังกลับเป็นคนเก็บตัวเงียบขรึม นอกจากนี้ยังพบยาคุมฉุกเฉินอยู่ในกระเป๋ากระโปรง เมื่อเค้นถามลูกจึงยอมรับว่าถูกภารโรงคนดังกล่าวข่มขืนช่วงเวลาพักเที่ยงภายในห้องของภารโรงเองหลายครั้ง แต่ก็ไม่กล้าเอาเรื่องไปบอกใครเนื่องจากกลัวจะอับอาย

พ.ต.ท.สมเกียรติระบุอีกว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกภารโรงของโรงเรียนดังกล่าวมาสอบปากคำในวันต่อมา (3 ก.ค.) กระทั่งเย็นวันเดียวกันก็ได้รับแจ้งเหตุมีคนผูกคอเสียชีวิตภายในโรงเรียน เมื่อรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลพรหมพิราม และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถาน พบจุดเกิดเหตุเป็นอาคารไม้ชั้นเดียวยกพื้นสูงของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา


โดยพบศพเป็นชาย 1 ราย ทราบชื่อคือ นายทองล้วน (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี ภารโรงของโรงเรียนดังกล่าวที่ถูกกล่าวหา ได้ใช้เชือกไนลอนสีเขียวผูกคอกับคานหน้าต่าง ลิ้นจุกปาก มีรอยเขียวช้ำที่ลำคอ นอกจากนี้ยังพบกระดาษเขียนข้อความด้วยปากกาสีแดงระบุว่า “พี่ครับผมขอโทษ ดูลูกผมด้วย” คาดว่าน่าจะเป็นลายมือของผู้ตาย ตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน จึงมุ่งประเด็น สาเหตุภารโรงเครียดผูกคอตาย

“ทั้งนี้ ผู้ตายเคยมีภรรยาและลูกชายด้วยกัน 2 คน แต่ก็ได้หย่าร้างแยกทาง เมื่อถูกแจ้งความดำเนินคดี น่าจะเกิดความเครียดแล้วคิดสั้นผูกคอตัวเองกับคานหน้าต่างอาคารเรียน”


พ.ต.ท.สมเกียรติกล่าวอีกว่า ขั้นตอนต่อไปเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเรียกตัวแม่เด็กและเด็กหญิงที่ถูกข่มขืนกระทำชำเรามาสอบปากคำร่วมกับทีมสหวิชาชีพ ส่วนเรื่องของคดีความก็จะเร่งทำสำนวน แต่อาจจะไม่ถูกสั่งฟ้องเนื่องจากผู้ก่อเหตุเสียชีวิตไปแล้ว

สำหรับบรรยากาศภายในโรงเรียนที่เกิดเหตุ เช้าวันนี้ (4 มี.ค.) ยังคงมีเด็กนักเรียนระดับชั้นอนุบาล-มัธยมศึกษาตอนต้นมาเรียนตามปกติ แต่อาคารเรียนชั้นประถมศึกษาที่เกิดเหตุภารโรงผูกคอเสียชีวิตถูกสั่งปิดอาคารชั่วคราวเป็นเวลา 4 วัน

ขณะที่เจ้าหน้าที่ศึกษานิเทศก์จากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 3 ก็ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและเก็บข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดเพื่อรายงานไปยังผู้บริหารให้รับทราบ นอกจากนี้ยังให้ครูประจำชั้นของ ด.ญ.บี (นามสมมติ) อายุ 14 ปี นักเรียนชั้น ม.2 ติดตามไปพูดคุยกับเด็กที่บ้าน หลังจากไม่มาโรงเรียน 3 วันติดต่อกัน พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเยียวยาสภาพจิตใจของเด็กต่อไป