ข่าวเด่น » ทนายตั้ม แจงคดี น้องหญิง ศาลยกฟ้อง ชี้สำนวนไม่ใช่แบบที่คนภายนอกเห็น

ทนายตั้ม แจงคดี น้องหญิง ศาลยกฟ้อง ชี้สำนวนไม่ใช่แบบที่คนภายนอกเห็น

6 กรกฎาคม 2019
32   0

 

ทนายความคดีน้องหญิงแจงศาลยกฟ้องนายอ๊อฟ หลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ชี้ไม่ได้ถูกตี คลิปเสียงไม่ชัดระหว่าง “หนูโดนตบ” กับ “หนูตกรถ” แถมนายอ๊อฟปล่อยให้โทรคุย ซิ่งรถไปส่งโรงพยาบาลอีก แถมตอนก่อนเข้ามา เด็กปั๊มให้การ น้องหญิงอยู่ในรถบรรทุกปกติ แม้นายอ๊อฟลงจากรถก็ตาม ครวญยังมีคนเชื่อผิดๆ ตามลมปากของคนที่ใช้กระแสโซเชียลปั่นคดี

วันนี้ (6 ก.ค.) จากกรณีที่ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พิพากษายกฟ้อง นายสุรพล ดาราคำ หรืออ๊อฟ อายุ 23 ปี ผู้ขับรถเทรลเลอร์ ในคดีที่ น.ส.นรีกานต์ ยาวิราช หรือน้องหญิง อายุ 19 ปี เสียชีวิตปริศนา หลังกลับจากเที่ยวสถานบันเทิงแห่งหนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เหตุเกิดเมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2561 ที่ถนนสายเอเชีย ต.บ้านกรด และ ต.บ้านหว้า อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เนื่องจากผลชันสูตรศพของฝ่ายโจทก์และจำเลยมีความขัดแย้งกัน โดยฝ่ายโจทก์ชี้ว่าที่ศีรษะถูกตีด้วยของแข็ง แต่ฝ่ายจำเลยชี้ว่า เกิดจากอุบัติเหตุ และฝ่ายโจทก์ไม่สามารถนำสืบให้คลายความสงสัยได้ว่าของแข็งที่ใช้ตีที่ศีรษะของผู้ตายคืออะไร แต่ให้ขังจำเลยที่ 1 ไว้ในระหว่างอุทธรณ์ 

ล่าสุด นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ทนายความของน้องหญิง ชี้แจงว่า ก่อนที่จะมาทำคดีน้องหญิง ผมรับรู้ว่าสังคมเชื่อไปหมดแล้วว่านายอ๊อฟเป็นคนฆ่าน้องหญิง ดังนั้นถ้าผมทำคดีมีแต่ผลลบ กับแค่เสมอตัว เมื่อได้ดูหลักฐานต่างๆ พบว่าไม่ใช่แบบที่คนภายนอกได้เห็น ก็เลยคิดว่าแค่อยากทำให้ความจริงเรื่องนี้ปรากฎ ส่วนศาลจะพิพากษาอย่างไร ก็เป็นดุลพินิจของศาล หลังจากที่ผมไปออกรายการโทรทัศน์เพื่อให้ข้อเท็จจริงเรื่องนี้ คนส่วนมากไม่ฟังเนื้อหา แล้วยังมีคนเชื่อผิดๆ ตามลมปากของคนที่ใช้กระแสโซเชียลปั่นคดี เช่น เชื่อว่าตกรถทำไมไม่มีรอยแผลในร่างกาย ทั้งๆ ที่ตามรายงานแพทย์มีรอยถลอกมากกว่า 20 จุด และตามแนวทางนำสืบแพทย์ แผลเกิดจากการตกลงมาแล้วไถลกับพื้น

ส่วนคำถามที่ว่าถ้านายอ๊อฟไม่ทำแล้วน้องหญิงจะตายได้ยังไง เรื่องนี้มีแค่สองคนที่รู้ แต่หลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ คือการผ่าร่างกายโดยหมอนิติเวชแปลผล การบาดเจ็บที่ศีรษะ กระโหลก และสมองไม่ได้เกิดจากการถูกตี แต่เกิดจากการที่ศีรษะตกลงมากระทบกับวัตถุแข็งหน้ากว้าง เช่น ถนน ส่วนน้องหญิงจะตกลงมาได้ยังไง กระโดดลงมาเอง หรือพลัดตก ทุกคนไม่ว่าจะโจทก์หรือทนายจำเลย พยายามกระจายข้อเท็จจริงให้ศาลพิจารณา โดยตำรวจที่ตรวจรถก็ได้เบิกความว่า ประตูรถเสีย เมื่อปิดไปแล้วมันไม่ล็อก สามารถเด้งออกมาได้ ทุกคนรู้แค่นี้ ไม่ว่าจะเป็นผม อัยการ ตำรวจ หรือผู้พิพากษา

ส่วนเรื่องคลิปเสียง ผมฟังยังรู้สึกสะเทือนใจ มีคลิปหนึ่งที่น้องหญิงโทรคุยกับเพื่อน ตำรวจ ปอท. ตำรวจพระนครศรีอยุธยา หลายคนฟังแล้วได้ยินต่างกัน เพราะน้องหญิงเสียงสั่น และเหมือนเจ็บปวดจึงพูดไม่ชัด บางคนก็ฟังว่า “หนูโดนตบ” บางคนก็ฟังว่า “หนูตกรถ หนูปวด” ผมอยากจะให้ทุกคนย้อนกลับไปฟังกันอีกรอบ ถ้าคลิปสนทนานี้เกิดหลังจากที่น้องหญิงได้รับบาดเจ็บแล้ว ประโยคที่คุยกับเพื่อนคือหนูโดนตบ หรือหนูตกรถ ในชั้นพิจารณาอัยการโจทก์ก็พยายามสืบถึงประเด็นนี้ เพื่อให้เห็นว่าเป็นการโดนทำร้ายแล้วน้องหญิงพยายามโทรศัพท์ไปหาเพื่อน โดยนายอ๊อฟ ก็ปล่อยให้โทร หลังเกิดเหตุ GPS ที่ติดอยู่กับรถบอกว่ารถคันนี้ขับเร็วกว่าที่ระบบกำหนด มุ่งหน้าไปโรงพยาบาล พยาบาลและเจ้าหน้าที่เบิกความตรงกันทุกปากว่า นายอ๊อฟอยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งมีการย้ายไปอีกโรงพยาบาลหนึ่ง

นอกจากเรื่องฆาตกรรมที่ไม่มีประจักษ์พยาน ซึ่งศาลจำเป็นต้องพิจารณาแค่บาดแผลว่าเกิดจากการโดนทำร้าย หรืออุบัติเหตุแล้ว ยังมีข้อหาหน่วงเหนี่ยวกักขัง ข้อหานี้ไม่ได้ยกฟ้องเพราะเหตุสงสัย เหมือนดังเช่นข้อหาเจตนาฆ่า แต่ยกฟ้องเลยว่าจำเลยไม่ได้กระทำผิด เหตุเพราะการจะดำเนินคดีจำเลยให้ได้รับโทษ จะต้องมีหลักฐานว่าจำเลยได้กักขัง หรือหน่วงเหนี่ยวใครให้ปราศจากเสรีภาพ แต่คดีนี้มีพยานซึ่งเป็นเด็กปั้ม ซึ่งสืบพยานกันก่อนตนจะเข้ามาเป็นทนายความด้วยซ้ำ ให้การว่าเห็นน้องหญิงอยู่ในรถสภาพปกติ ไม่ได้มีอาการหวาดกลัว นายอ๊อฟลงไปจากรถ น้องหญิงอยู่คนเดียว หากจะหลบหนี ก็สามารถทำได้เพราะไม่ได้มีใครควบคุม ด้วยเหตุทั้งหมดนี้ศาลจึงได้พิพากษา 


แม้ผมจะเป็นทนายในคดี ต่อให้เก่งยังไง ก็ไม่สามารถสร้างพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่มีอยู่แล้วได้ ทนายความมีหน้าที่แค่กระจายข้อเท็จจริงให้ศาลวินิจฉัยเท่านั้น ส่วนคนที่ติดตามข่าวนี้จะเชื่อสิ่งที่ตัวเองปักใจ หรือจะลองฟังเหตุผลที่เป็นเนื้อสำนวนจริงๆ ในโซเชียลกับเรื่องจริง บางครั้งก็ตรงกันข้ามกันเลย หลายคนผิดหวังที่ผมทำคดีนี้ ผมอยากให้ทุกคนรู้ว่าผมไม่ได้ทำคดีเพื่อให้ถูกใจคนหมู่มาก หรือต้องทำคดีที่ให้มีเอฟซี (แฟนคลับ) เยอะๆ ผมทำคดีตามข้อเท็จจริง ตามพยานหลักฐาน แม้จะทำแล้วโดนด่าเพราะสวนกระแสสังคมก็ตาม