ข่าวเด่น » ชาวเพชรบุรี โวยน้ำท่วม 2 ปีซ้อนเศรษฐกิจพัง แห่ขายที่ดินหนี

ชาวเพชรบุรี โวยน้ำท่วม 2 ปีซ้อนเศรษฐกิจพัง แห่ขายที่ดินหนี

6 สิงหาคม 2018
23   0

 

ชาวเพชรบุรีโวย ไม่มีบ้านเมืองไหนปล่อยน้ำท่วมแบบดื้อๆ แต่เพชรบุรีท่วมแล้ว 2 ปีซ้อน เศรษฐกิจพัง ประกาศขายบ้าน-ที่ดินหนีน้ำ ไร้การเยียวยาอ้างภัยธรรมชาติ ทุกวันนี้มีแต่ทำงานแบบรูทีน แก้ตามสถานการณ์ ทั้งที่ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงวางระบบแก้ปัญหาไว้หมดแล้ว

วันนี้ (6 ส.ค.) เฟซบุ๊ก “Knog Pannawit” ชาวจังหวัดเพชรบุรี โพสต์แสดงความคิดเห็นกรณีที่จังหวัดเพชรบุรี รับมือกับมวลน้ำในแม่น้ำเพชรบุรี หลังน้ำในเขื่อนแก่งกระจานสูงขึ้นจนล้นความจุอ่าง 710 ล้านลูกบาศก์เมตร ว่า ไม่มีบ้านเมืองไหนเขาปล่อยให้มวลน้ำจำนวนมหาศาลวิ่งผ่านกลางเมืองกันดื้อๆ แบบนี้ ปัจจุบัน 100% ของปริมาณน้ำที่ไหลลงเขื่อนเพชร จะแบ่งจ่ายไปลงตามคลองส่งน้ำต่างๆ ไม่ถึง 20% อีกกว่า 80% ลงแม่น้ำเพชรบุรี ซึ่งเป็นแม่น้ำที่วิ่งผ่านชุมชนต่างๆ และที่สำคัญที่สุดคือ วิ่งผ่านกลางเมืองเพชรบุรี ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การศึกษา การพยาบาล ศูนย์ราชการ ฯลฯ แทบทุกอย่างที่สำคัญล้วนอยู่ในเมือง

ที่ผ่านมาน้ำท่วม 2 ปีติดต่อกัน ความเสียหายประเมินมูลค่าไม่ได้ พอน้ำแห้งไม่มีการเยียวยาหรือชดเชยค่าเสียหายใดๆ ทุกฝ่ายอ้างแต่ว่าเป็นภัยธรรมชาติ คนกินเงินเดือนไม่เดือดร้อน ทำราชการไม่เดือดร้อน แต่คนทำธุรกิจ คนหาเช้ากินค่ำมีแต่ตายกับตาย ปีที่ผ่านมาเริ่มเห็นการประกาศขายบ้าน ขายที่ในตัวเมืองกันมากขึ้น หลายคนคงเบื่อสู้รบปรบมือกับน้ำท่วมที่กลายเป็นงานประจำปี

เราไม่เห็นอนาคตของการแก้ไข นอกจากการทำงานกันแบบรูทีน แก้ที่ปลายเหตุ แก้ตามสถานการณ์ แก้กับแบบวิธีเดิมๆ หน่วยงานต่างๆ พอถึงเวลาโดนจี้ๆ หนัก ก็ได้แต่ปัดความรับผิดชอบกันไปกันมา ไม่เคยคิดจะประสานงานอะไรกันเลย คนใหญ่คนโตก็ฟังแต่รายงาน ข้างล่างบอกอะไรมาก็ว่าไปตามนั้น ไม่เห็นมีวิสัยทัศน์ในการแก้ปัญหาอะไร บางทีก็เสียดายภาษีเราเหมือนกัน

“มันควรจะมีการผันน้ำให้วิ่งลงทะเลโดยออกไปทางอื่นก่อนถึงตัวเมือง ซึ่งจริงๆ แล้วก่อนหน้านี้ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงได้วางระบบแก้ปัญหาตรงนี้ไว้หมดแล้ว แต่ด้วยเหตุผลใดก็ไม่ทราบได้ พอสิ้นพระชนม์ น้ำก็กลับมาท่วมเพชรบุรีอีก แถมหนักกว่าเดิมคือท่วมทุกปี น้ำท่วมซ้ำซากทุกปีจะอ้างธรรมชาติรังแกตะพึดตะพือไปตลอดคงไม่น่าจะใช่ แต่การที่มนุษย์รู้จักเรียนรู้ข้อผิดพลาดในอดีตแล้วนำมาปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้นต่างหากนั่นคือสิ่งที่เรียกว่า ผู้เจริญ” เฟซบุ๊ก “Knog Pannawit” ระบุ