ข่าวไอที » เปิดตัวไอโฟนใหม่ iPhone 8 และ iPhone 8 Plus และ iPhone X

เปิดตัวไอโฟนใหม่ iPhone 8 และ iPhone 8 Plus และ iPhone X

13 กันยายน 2017
331   0

 

 

แอปเปิล (Apple) เปิดตัวไอโฟนใหม่ตระกูล iPhone 8 ตามรอยรุ่นพี่อย่าง iPhone 7 น้องน้อย iPhone 8 มาพร้อม 2 เวอร์ชันคือหน้าจอมาตรฐาน 4.7 นิ้วและจอใหญ่ 5.5 นิ้วซึ่งมีชื่อห้อยท้าย ”พลัส” (Plus) ทั้งคู่ขาย 3 สีคือเงิน เทาสเปซเกรย์ และทอง สนนราคาเริ่มที่ 699 เหรียญหรือ 23,000 บาท รุ่นความจุ 256GB มีค่าตัวเพิ่มขึ้นจาก 64GB ราว 4,900 บาท หรือ 150 เหรียญสหรัฐ

แม้จะถือเป็นรุ่นเล็กในการเปิดตัวครั้งล่าสุด แต่ซีอีโอแอปเปิล “ทิม คุก” (Tim Cook) ยืนยันว่า iPhone 8 และ iPhone 8 Plus เป็นพัฒนาการก้าวใหม่ของไอโฟน ความต่างของ iPhone 8 เมื่อเทียบกับ iPhone 7 คือการใช้กระจกทั้งด้านหน้าและหลังเครื่อง บนเสียงวิจารณ์ว่ามีรูปลักษณ์สไตล์เดิม

 


“iPhone 8 และ iPhone 8 Plus คือ iPhone เจเนอเรชั่นใหม่ที่พัฒนาต่อยอดมาจากทุกสิ่งที่เรารักใน iPhone” เอ็ดดี คู (Eddy Cue) ผู้บริหารแอปเปิลระบุระหว่างเปิดตัว iPhone 8

เช่นเดียวกับการอัปเกรดไอโฟนครั้งที่ผ่านมา รุ่นใหม่อย่าง iPhone 8 และ 8 Plus หันมาใช้ชิปใหม่ A11 Bionic ใช้หน้าจอใหม่ที่คมชัดกว่าและแข็งแรงกว่าเดิม กล้องที่ดีกว่า และอีกหลายคุณสมบัติบนเครื่องขนาดเดิม

หากไม่นับรุ่นใหญ่ iPhone X ทั้ง iPhone 8 รุ่น 4.7 นิ้วและ iPhone 8 Plus ขนาด 5.5 นิ้วถูกยกว่าสามารถถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงสุดเหนือไอโฟนรุ่นใด การถ่ายวิดีโอ 4K สามารถทำได้ในสัดส่วนเฟรมเรตที่เร็วกว่า ถ่ายวิดีโอสโลวโมชันได้ 240 เฟรมต่อวินาที ที่ความละเอียด 1080p

ชิปใหม่ A11 Bionic ถูกการันตีว่าเป็นชิปที่ฉลาดที่สุดเท่าที่เคยมีมาในสมาร์ทโฟน ทำงานได้เร็วกว่า 25% เมื่อเทียบกับ A10 Fusion ใน iPhone 7

ความสามารถสำคัญของ iPhone 8 และ iPhone 8 Plus คือการชาร์จไร้สาย ไอโฟนใหม่สามารถวางบนจุดชาร์จได้โดยไม่ต้องใช้สายเสียบอีกต่อไป แม้คุณสมบัตินี้จะมีในสมาร์ทโฟนหลายรุ่น แต่ iPhone 8 คือไอโฟนรุ่นแรกที่มีคุณสมบัตินี้

จุดนี้ผู้บริหารแอปเปิลให้ข้อมูลว่า iPhone 8 และ 8 Plus สามารถชาร์จไร้สายได้เพราะวัสดุหลังเครื่องที่เป็นกระจก ซึ่งแม้วันนี้จะมีเทคโนโลยีชาร์จไร้สายหลายมาตรฐานให้เลือก แต่แอปเปิลเลือกใช้มาตรฐานที่แพร่หลายที่สุดคือ “ชิ” (Qi)

อีกความพิเศษคือกล้องบน iPhone 8 Plus ได้รับการปรับแต่งมาโดยเฉพาะเพื่อประสบการณ์ AR มีไจโรสโคปพร้อมด้วยอุปกรณ์ตรวจจับการเคลื่อนไหวแบบใหม่ที่ช่วยให้ติดตามการเคลื่อนไหวได้อย่างแม่นยำ ส่วนการติดตามโลกรอบตัว การรู้จำฉาก และกราฟิกที่ลื่นไหลระดับ 60fps

สนนราคา iPhone 8 และ iPhone 8 Plus เริ่มที่ 699 เหรียญหรือ 23,157 บาท เปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้าตั้งแต่วันศุกร์ที่ 15 กันยายน วางจำหน่ายในร้านตั้งแต่วันศุกร์ที่ 22 กันยายนเป็นต้นไป
แอปเปิล (Apple) เปิดตัวไอโฟนเท็น (iPhone X) สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดในดีไซน์แบบกระจกทั้งหมด ขีดเส้นสั่งซื้อล่วงหน้าตั้งแต่วันศุกร์ที่ 27 ตุลาคม ก่อนวางจำหน่ายในร้านตั้งแต่วันศุกร์ที่ 3 พฤศจิกายน สนนราคา iPhone X ที่สหรัฐคือ 999 เหรียญ

สมาร์ทโฟนใหม่ล่าสุดตระกูลไอโฟน มีดีไซน์ที่ไม่เหมือนรุ่นพี่อย่าง iPhone 7 ค่าตัว iPhone X รุ่นความจุ 64GB ราคา 999 เหรียญสหรัฐหรือ 49.91 เหรียญต่อเดือนสำหรับผู้เข้าโครงการอัปเกรดเครื่องกับแอปเปิล และ 256GB ราคา 1,149 เหรียญ หรือ 56.16 เหรียญต่อเดือน
iPhone X มาพร้อมหน้าจอเทคโนโลยีใหม่ OLED แอปเปิลเรียกหน้าจอใหม่นี้ว่าซูเปอร์เรตินา (super retina) ขนาด 5.8 นิ้ว ความละเอียด 2436 x 1125 พิกเซล แอปเปิลการันตีว่า OLED แสดงสีดำได้ดำสนิท มีอัตราส่วนคอนทราสต์ที่ 1,000,000 ต่อ 1

“จอภาพ HDR ยังรองรับ Dolby Vision และ HDR10 ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้รูปภาพและวิดีโอดูสวยสดงดงามยิ่งกว่าเดิม และการแสดงผลแบบ True Tone ที่เพิ่มเข้ามายังช่วยปรับไวท์บาลานซ์บนหน้าจอให้ตรงกับแสงรอบๆ อยู่ตลอดเวลา จึงทำให้ประสบการณ์การรับชมมีความเป็นธรรมชาติมากขึ้นเหมือนกำลังดูแผ่นกระดาษจริงๆ” แอปเปิลระบุ

ชิปใน iPhone X ถูกเรียกว่า A11 Bionic เป็น CPU แบบ 6 คอร์ ซึ่งประกอบด้วยคอร์ประมวลผลการทำงาน 2 คอร์ที่เร็วขึ้น 25%

ตอนนี้ iPhone X มี 2 สีคือ สีเงินและสีเทาสเปซเกรย์ สามารถทนน้ำและฝุ่นที่ระดับ IP67 ระดับเดียวกับ iPhone 7 รุ่นพี่

iPhone X มาพร้อมระบบกล้องหลังคู่ความละเอียด 12 เมกะพิกเซลที่ออกแบบขึ้นใหม่พร้อมด้วยระบบป้องกันภาพสั่นไหวคู่แบบออปติคอล กล้องมุมกว้างมีรูรับแสงขนาด ƒ/1.8 ส่วนกล้องเทเลโฟโต้มีรูรับแสงกว้างขึ้นเป็น ƒ/2.4



เรื่องนี้ ฟิล สคิลเลอร์ (Phil Schiller) รองประธานอาวุโสของแอปเปิลระบุว่าเป็นก้าวใหม่ที่ยิ่งใหญ่ของประสบการณ์ใช้งานไอโฟน

iPhone X จะปลดล็อคก็ต่อเมื่อเจ้าของมองที่เครื่องเท่านั้น แทนที่จะต้องใช้ระบบอ่านลายนิ้วมือ แอปเปิลเรียกระบบนี้ว่าเฟซไอดี (FaceID)

แอปเปิลชี้ว่ากล้องหน้าใน iPhone X มีการปรับปรุงมากมายเพื่อให้รองรับ FaceID กล้องหน้านี้แอปเปิลเรียกว่าทรูเดปท์ (TrueDepth) คุณสมบัติมากมายสามารถป้องกันการหลอกโดยใช้รูปถ่ายหรือหน้ากากได้

หัวใจของ iPhone X อย่างชิป A11 จะมีส่วนพิเศษที่แอปเปิลเรียกว่าเครือข่ายนิวรอล (neural engine) ระบบการคิดแบบนิวรอลในชิป A11 ถูกออกแบบมาใช้สำหรับอัลกอริทึมการเรียนรู้ของจักรกล ทำให้ Face ID สามารถทำงานได้แม้ผู้ใช้จะใส่หมวกหรือแต่งหน้า แถมยังมีโอกาสเพียง 1 ใน 1 ล้านที่ระบบ FaceID จะทำงานผิดพลาดด้วยการจำใบหน้าผิด

ไอโฟนใหม่ iPhone X ยังมีระบบอิโมจิใหม่ที่ผู้ใช้สามารถควบคุมได้ด้วยใบหน้าและกล้องหน้า นั่นคือ Animoji

“กล้อง TrueDepth จะทำงานร่วมกับชิพ A11 Bionic เพื่อบันทึกและวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อบนใบหน้าที่แตกต่างกันกว่า 50 รูปแบบ แล้วจำลองการแสดงออกทางใบหน้าเหล่านั้นบน Animoji ที่เคลื่อนไหวได้ 12 แบบ เช่น แพนด้า ยูนิคอร์น และหุ่นยนต์ โดยลูกค้าสามารถบันทึกและส่งข้อความ Animoji ด้วยแอพ iMessage ที่ติดตั้งมาให้แล้วบน iPhone X โดยใช้เสียงของตนเอง และยังสามารถยิ้ม ขมวดคิ้ว และอีกมากมายได้” แอปเปิลระบุ
iPhone X มีระบบชาร์จแบบไร้สาย แต่ที่ชาร์จไร้สายของแอปเปิลจะยังไม่พร้อมวางจำหน่ายจนกว่าจะถึงปีหน้า ผู้สนใจสามารถซื้อเสริมจากบริษัทอื่นเช่น Belkin และ mophie

ที่ชาร์จไร้สายของแอปเปิลถูกตั้งชื่อว่าแอร์พาวเวอร์ (AirPower) จะวางจำหน่ายในปี 2018 เพื่อให้ลูกค้า iPhone 8, iPhone 8 Plus หรือ iPhone X สามารถชาร์จอุปกรณ์ได้พร้อมกัน 3 ชิ้น ซึ่งในจำนวนนี้รวมถึง Apple Watch Series 3 และกล่องชาร์จ AirPods แบบไร้สายใหม่ด้วย

ทั้งหมดนี้ ทิม คุก (Tim Cook) ซีอีโอแอปเปิลบอกด้วยความภูมิใจว่าวันนี้ไม่มีสมาร์ทโฟนรุ่นใดที่มีแรงส่งถึงโลกเหมือนที่ไอโฟนเป็น เป้าหมายในการพัฒนาไอโฟนของแอปเปิล จึงอยู่ที่การสร้างสมาร์ทโฟนที่ทรงพลังและสวยงาม เพื่อให้ขีดจำกัดของการพัฒนาฮาร์ดแวร์นั้นหายไป