หน้าแรก สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ
เข้าสู่ระบบ
thailand-mmm
» » เคาะวันประมูล 900MHz /เอกชนขานรับ 4G เกิดประเทศได้ประโยชน์เพียบ

เคาะวันประมูล 900MHz /เอกชนขานรับ 4G เกิดประเทศได้ประโยชน์เพียบ

 

 

เลขาธิการ กสทช.เตรียมชงวันประมูลคลื่น 900 MHz 2 ทางเลือก คือ ประมูลช่วงบ่าย 11 พ.ย.หรือ วันที่ 12 พ.ย.ให้บอร์ดกทค.เคาะ ยันทีโอทีต้องฟ้องสถานเดียวถึงยับยั้งการประมูลได้ ด้านผู้ประกอบการออนไลน์ขานรับเป็นเสียงเดียวชี้ 4G ต้องเกิด หวังขยายตลาดในประเทศและต่างประเทศมากขึ้นขณะเดียวกันยังเป็นแรงจูงใจหลักให้ต่างชาติเข้ามาลงทุน
       
       นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวในงานสัมมนา 4G จุดเปลี่ยนเศรษฐกิจไทย ว่า ขณะนี้ได้เตรียมข้อเสนอในการประมูลคลื่น 900 MHz ให้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) พิจารณาในวันที่ 13 ต.ค. 58 นี้ 2 แนวทางคือ แนวทางแรก ประมูลช่วงบ่ายวันที่ 11 พ.ย. 58 วันเดียวกับการประมูลคลื่น 1800 MHz และ แนวทางที่สอง คือประมูลในวันที่ 12 พ.ย. 58
       
       ทั้งนี้การประมูลคลื่น 900 MHz ต้องเดินหน้าเพราะ กสทช.ต้องทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชนเป็นหลักไม่ใช่เพื่อรัฐวิสาหกิจ โดยขอย้ำว่ากฎหมายของ กสทช.คือต้องจัดสรรโดยการประมูล เหมือนการประมูลทีวีดิจิตอล และขณะนี้คลื่น 900 MHz ตกเป็นทรัพย์สินของรัฐแล้ว หาก บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ไม่พอใจต้องไปฟ้องศาลปกครองให้มีคำสั่งมายัง กสทช.เท่านั้น
       
       อย่างไรก็ตาม มีแนวโน้มว่าจะสามารถออกใบอนุญาตทั้ง 2 คลื่นความถี่ 4 ใบอนุญาตได้ภายในเดือนพ.ย.58 ทั้งนี้เมื่อมีการประมูลทั้ง 4 ใบอนุญาต จะทำให้มีรายได้เข้ารัฐไม่ต่ำกว่า 7.3 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้จะมีเม็ดเงินลงทุนจาก 4 ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ(โอเปอเรเตอร์) ลงสู่ระบบเศรษฐกิจอีก 1.6 แสนล้านบาท โดยคิดจากการลงทุนขั้นต่ำของทั้ง 4 รายๆละ 4 หมื่นล้านบาท
       
       นอกจากนี้ กสทช.ยังได้จ้าง คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ศึกษามูลค่าทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นจากการประมูล พบว่า หากโอเปอเรเตอร์สามารถเปิดให้บริการ 4G ได้ภายในเดือนเม.ย.59 จะสร้างเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยในปี 59 ที่ 1.68 แสนล้านบาท และจะสร้างเม็ดเงินในปี 60 จำนวน 2.65 แสนล้าน และภายใน 5 ปี จะสร้างเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจ 1.3 ล้านล้านบาท
 
ขณะที่นายวิชัย เบญจรงคกุล นายกกิตติมศักดิ์สมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทย กล่าวในหัวข้อ ธุรกิจเมกะเทรนด์ในยุค 4G ว่า ประเทศไทยควรมีโครงสร้างพื้นฐานไม่ว่าจะเป็นด้านโทรคมนาคม ดาต้า เซ็นเตอร์ ตลอดจน อินเทอร์เน็ต เกตเวย์ ที่ต้องลงทุนร่วมกันและแชร์กันใช้งาน เพื่อลดการลงทุนซ้ำซ้อน และสร้างต้นทุนที่ถูก สามารถแข่งขันกับต่างชาติได้ ขณะเดียวกัน ภาครัฐเองก็ต้องมีนโยบายในการส่งเสริมให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการด้วยซึ่ง ประเทศไทยก็มีโอกาสเทียบชั้นกับอาลีบาบาของประเทศจีนได้
       
       ด้านนายวรวุฒิ อุ่นใจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีโอแอล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เมื่อ 4G เกิด จะทำให้เน็ตเวิร์กขยายเข้าถึงพื้นที่ห่างไกลมากขึ้น ช่วยสร้างโอกาสในการทำธุรกิจให้กับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม(SMEs) ในการนำสินค้ามาค้าขายในระบบออนไลน์มากขึ้น ไม่เพียงแต่ขายในประเทศเท่านั้น แต่ยังมีโอกาสในการขยายตลาดไปยังต่างประเทศด้วย ดังนั้นการทำโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมจึงจำเป็นที่ต้องทำให้เกิดขึ้นเร็วที่สุด เพราะเอกชนจะใช้เวลาในการเรียนรู้เทคโนโลยี 2-4 ปี หลังเทคโนโลยีเกิด ซึ่งหากเกิดขึ้นช้า เอกชนก็จะพัฒนาธุรกิจได้ช้าลงด้วย
       
       โดยปัจจุบันต้องยอมรับว่าผู้ทำธุรกิจค้าปลีกทั้งหมดทำธุรกิจออนไลน์กันหมดแล้ว ซึ่งขณะนี้พบว่าผู้ค้าปลีกมีการทำธุรกิจออนไลน์อยู่ที่สัดส่วน 1% ขณะที่ตลาดโลกมีสัดส่วนอยู่ที่ 5.8 % คาดว่าภายใน 5 ปี สัดส่วนในตลาดโลกจะเพิ่มขึ้นเป็น 20 % ซึ่งเมื่อถึงตอนนั้นหากประเทศไทยเติบโตได้ถึง 8% ก็นับว่าดีแล้ว ดังนั้นประเทศไทยต้องมี 4G ที่มีความเร็วที่เสถียรมากขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจในการทำธุรกรรมออนไลน์
       
       นายอาจ วิเชียรเจริญ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กสิกรไทย เปิดให้บริการ โมบายล์ แบงกิ้ง มาประมาณ 6 ปี พบว่าพฤติกรรมการใช้โมบายล์ของผู้บริโภคเติบโตขึ้น เห็นได้จากตัวเลขการเติบโตของการใช้งานโมบายล์ แบงกิ้ง ของกสิกรไทยปีนี้มีลูกค้าใช้งานเดือนละ 1 ล้านราย เติบโตจากปีที่แล้วซึ่งมีลูกค้าใช้งาน 5 แสนราย หากประเทศไทยมี 4G ก็จะยิ่งทำให้เกิดความมั่นใจในการใช้งานมากขึ้น
       
       ด้านนายอริยะ พนมยงค์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไลน์ ไทยแลนด์ กล่าวว่า ประเทศไทยใช้ออนไลน์ผ่านโทรศัพท์มือถือ จำนวน 50 ล้านคน ขณะที่ใช้ผ่านคอมพิวเตอร์เพียง 3.5 ล้านคน ดังนั้นข้อมูลที่ผู้บริโภครับจึงมาจากโทรศัพท์มือถือเสียส่วนใหญ่ ดังนั้นหากประเทศไทยมี 4G ซึ่งมีคุณภาพของเน็ตเวิร์กและความเร็วมากขึ้น จะเป็นส่วนส่งเสริมให้มีผู้บริโภคและผู้ประกอบการทำธุรกิจจำนวนมากขึ้น ไม่เพียงเท่านั้น ยังเป็นแรงจูงใจให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น เหมือนที่ใครๆก็มุ่งไปที่สิงคโปร์
       
       สอดคล้องกับ นายสรรเสริญ สมัยสุต หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการพาณิชย์ บริษัท Ascend Group และผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอ้ก ดิจิทัล จำกัด กล่าวว่า 4G จะเป็นจุดเปลี่ยนของประเทศ ประเทศไทยจะก้าวไปสู่ยุค Data Technology เมื่อความเร็วของเน็ตเวิร์กเร็วขึ้นจะทำให้ผู้ประกอบการไทยสามารถส่งออกสินค้าระบบออนไลน์ไปยังทั่วโลกได้ ขณะเดียวกันผู้ประกอบการหรือนักลงทุนก็จะมาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น เช่นกัน





  • ขัดใจ
  • 0
  • ถูกใจ
  
เรียนผู้เยี่ยมชม คุณกำลังเรียกดูเว็บไซต์ของเราในฐานะบุคคลทั่วไป เราขอแนะนำให้คุณ ลงทะเบียน และเข้าสู่ระบบเพื่อดูเนื้อหาที่ซ่อนอยู่