หน้าแรก สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ
เข้าสู่ระบบ
thailand-mmm
» » หนาวนี้ ไปเที่ยวไร่ชาวิวสวยกัน

หนาวนี้ ไปเที่ยวไร่ชาวิวสวยกัน

 

 

สำหรับใครที่ชอบบรรยากาศที่สวยงามของไร่ชา หนาวนี้ต้องไม่พลาดที่จะไปสัมผัสบรรยากาศสุดโรแมนติกที่ไร่ชาในภาคเหนือของเมืองไทย เป็นหนึ่งในเส้นทางท่องเที่ยวหน้าหนาวที่ห้ามพลาด นอกจากจะได้ชมทัศนียภาพที่สวยงามของไร่ชาท่ามกลางขุนเขาและสายหมอกแล้ว ยังจะได้เที่ยวชมวิถีชีวิตของชาวบ้านบนดอยสูง และเที่ยวชมแปลงปลูกดอกไม้ พืชผลเมืองหนาวอีกด้วย วันนี้กระปุกดอทคอมได้รวบรวม 8 ไร่ชา
 
1. ไร่ชา 2000 จังหวัดเชียงใหม่

ไร่ชา
          สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง ไม่ได้มีดีแค่สวนดอกไม้ และไร่สตรอว์เบอร์รีเท่านั้น แต่ที่นี่ยังมีแปลงปลูกพืชเมืองหนาวอื่น ๆ รวมทั้งไร่ชาอยู่ด้วย ซึ่งไร่ชาที่ว่านี้มีชื่อว่า ไร่ชา 2000 ซึ่งอยู่ในหุบเขา เป็นสถานที่สุดโรแมนติกของดอยอ่างขางอีกหนึ่งแห่ง ยามเช้าที่นี่จะมีหมอกให้ได้ยลโฉมมากมาย มีศาลาและจุดชมวิวให้นักท่องเที่ยวได้นั่งพักผ่อน หากขับรถเข้ามาภายในสถานีเกษตรหลวงอ่างขางแล้ว ให้ขับรถไปทางหมู่บ้านขอบด้ง จากนั้นให้ขับเลยหมู่บ้านขอบด้งไปสักนิด จะเจอกับป้ายไร่ชา 2000 อยู่ทางซ้ายมือ ให้เลี้ยวรถเข้าไปตามทาง รถที่เข้าไปที่ไร่ชาควรเป็นรถกระบะเท่านั้น เพราะเส้นทางยังเป็นดินลูกรัง

             ที่อยู่ : สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่
          
  เวลาเปิด-ปิด : ไม่มีเวลาเปิด-ปิด แต่ควรไปถึงก่อน 17.00 น. เพราะทางเข้ามืด ไม่มีไฟฟ้า
          
  ค่าธรรมเนียม : หากขับรถเข้ามาทางสถานีเกษตรหลวงอ่างขางจะเสียค่าธรรมเนียมที่หน้าด่านของสถานี แต่หากใช้เส้นทางอื่น ๆ ไม่เสียค่าใช้จ่าย
             โทรศัพท์ : ศูนย์บริการข้อมูลท่องเที่ยวอ่างขาง โทร. 0 5396 9489


    2. ไร่ชา 101 จังหวัดเชียงราย

ไร่ชา

          ไร่ชา 101 เป็นไร่ชาอู่หลงคุณภาพดีของเมืองไทย ตั้งอยู่ที่ดอยแม่สลอง อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ท่ามกลางหุบเขาไร่ชาแห่งนี้ได้ทอดตัวอยู่อย่างสง่างาม ใบชาสีเขียวอ่อน เขียวเข้ม แต่งแต้มแซมกันออกมาให้ได้เห็นอย่างงดงาม ต้นชานับพันนับหมื่นต้นเรียงรายกันเป็นแนวยาว ลดหลั่นกันลงมาตามเชิงเขา ในฤดูหนาวไร่ชาจะถูกปกคลุมไปด้วยสายหมอกมากมาย อากาศหนาวเย็น สุดโรแมนติก ชาวเขายังคงใส่ชุดประจำเผ่าออกมาเก็บใบชาในช่วงเช้าของทุกวัน และเมื่อไปถึงที่นี่แล้วก็ต้องไม่พลาดที่จะลิ้มรสชาไทย คุณภาพดีเยี่ยม กลิ่นหอมละมุน พร้อมกับผลิตภัณฑ์จากใบชาอีกมากมาย แล้วคุณจะหลงรักที่นี่อย่างแน่นอน

          ที่อยู่ : ดอยแม่สลอง อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย
          เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น.
          ค่าธรรมเนียม : ฟรี
          โทรศัพท์ : 08 9850 9882
         
เฟซบุ๊ก : เฟซบุ๊ก ไร่ชา101 ดอยแม่สลอง เชียงราย


3. ไร่ชาวังพุดตาล จังหวัดเชียงราย

          ไร่ชาวังพุดตาล เป็นไร่ชาที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดเชียงราย ตั้งอยู่บนดอยสูงในเขตพื้นที่ดอยแม่สลอง อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย มีทัศนียภาพของไร่ชาที่สวยงาม ปลูกเรียงรายลดหลั่นกันลงมาตามเนินเขาเป็นบริเวณกว้าง มองไปได้ไกลสุดลูกหูลูกตา เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเที่ยวชมได้ตลอดทุกวัน บริเวณด้านหน้าโดดเด่นด้วยกาน้ำชาขนาดใหญ่ 3 ใบ ตั้งอยู่ในลักษณะที่กำลังรินชาลงในถ้วยชา จึงกลายเป็นจุดถ่ายภาพยอดฮิตของนักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวดอยแม่สลอง และในช่วงระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม - 2 มกราคม ของทุกปี จะมีเทศกาลชิมชาและชมดอกซากุระ ภายในงานจะมีกิจกรรมให้ร่วมสนุกมากมายอีกด้วย

         
ที่ตั้ง : ดอยแม่สลอง อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย

          เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวัน เข้าเที่ยวชมได้ตลอดเวลา

          ค่าธรรมเนียม : ฟรี

          โทรศัพท์ : 0 5376 5094

         
เฟซบุ๊ก : เฟซบุ๊ก Wang Put Tan Tea

4. ไร่ชาฉุยฟง จังหวัดเชียงราย

ไร่ชา

          บนเนื้อที่ตามเนินเขาของตำบลป่าซาง อำเภอแม่จัน มากกว่า 1,000 ไร่ เต็มไปด้วยไร่ชาคุณภาพแห่งไร่ชาฉุยฟง ด้วยความที่ไร่ชาแห่งนี้อยู่เหนือกว่าระดับน้ำทะเลมากถึง 1,200 เมตร พร้อมทั้งสภาพอากาศที่เอื้ออำนวยต่อการเจริญเติบโตของชา จึงทำให้ชาที่นี่มีรสชาติอร่อยกลมกล่อม มีความหอมเป็นเอกลักษณ์ การันตีคุณภาพจากรางวัลต่าง ๆ ตลอดมา และเมื่อไม่นานมานี้ทางไร่ชาฉุยฟงได้เปิดให้นักท่องเที่ยวทั่วไปเข้าชมทัศนียภาพของไร่ชา พร้อมทั้งเลือกซื้อสินค้าและผลิตภัณฑ์อื่น ๆ จากทางไร่ได้ในราคาย่อมเยา

          ที่อยู่ : 97 หมู่ 8 ตำบลป่าซาง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย

         
เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-17.30 น.

          ค่าธรรมเนียม : ฟรี

          
โทรศัพท์ : 0 5377 1563

           เว็บไซต์ : www.chouifongtea.com


5. ไร่บุญรอด จังหวัดเชียงราย

ไร่ชา

          ไร่บุญรอด (Boon Rawd Farm) หรือ สิงค์ปาร์ค เป็นไร่ชาที่ใหญ่เป็นอันดับต้น ๆ ของเมืองไทย ด้วยเนื้อที่มากกว่า 8,000 ไร่ ภายในไร่บุญรอดเต็มไปด้วยไร่ชาที่ถูกโอบล้อมด้วยภูเขาสูงสลับซับซ้อน มองไปได้ไกลสุดลูกหูลูกตา พร้อมทั้งมีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี กลายเป็นสถานที่สุดโรแมนติกที่ห้ามพลาดของจังหวัดเชียงรายเลยทีเดียว นอกจากนี้ภายในไร่บุญรอดยังมีแปลงเพาะปลูกพุทรา, มะเฟือง, สตรอว์เบอร์รี, ทะเลสาบขนาดใหญ่, นาข้าว, ไร่ยางพารา, ทุ่งปอเทือง ฯลฯ ให้ได้เที่ยวชมอีกด้วย โดยนักท่องเที่ยวสามารถเดินเที่ยวชมไร่ พร้อมทั้งเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ของไร่บุญรอด และลิ้มชิมรสอาหารที่ร้านภูภิรมย์ ได้สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดในช่วงหน้าหนาวนี้เด็ดขาด

           ที่อยู่ : 99 หมู่ 1 ตำบลแม่กรณ์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย

           เวลาเปิด-ปิด : ฟาร์มทัวร์ ตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น.
          ร้านอาหารภูภิรมย์ 11.00-22.00 น.

          ค่าธรรมเนียม : ขับรถเข้าเที่ยวชมไร่ฟรี และสำหรับกิจกรรมฟาร์มทัวร์คนละ 50 บาท (ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2015 เป็นต้นไป)

          โทรศัพท์ : 0 5317 2871

          
เว็บไซต์ : www.boonrawdfarm.com

 
6. ไร่ชาหงษ์ฝู่ จังหวัดเชียงราย

ไร่ชา
ภาพจาก hongfuteas

          ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงามของดอยแม่สลอง ไร่ชาหงษ์ฝู่ก็ได้อิงแอบอยู่ในหุบเขาแห่งนี้ด้วยเช่นกัน จากประสบการณ์การปลูกชามาอย่างยาวนานกว่า 30 ปี ทำให้ชาที่นี่มีรสชาติกลมกล่อม หอมนุ่ม ใส่ใจตั้งแต่การปลูก การเก็บเกี่ยว ไปจนถึงการผลิตใบชาแห้งออกจำหน่าย จึงเป็นไร่ชาออแกนิกส์ที่มีลักษณะพิเศษเฉพาะตัว นอกจากทัศนียภาพที่งดงามและอากาศเย็นสบายแล้ว ที่นี่ยังมีพรรณไม้อื่น ๆ สวนดอกไม้ และต้นนางพญาเสือโคร่งให้ได้เที่ยวชมอีกด้วย พร้อมทั้งมีบริการร้านอาหาร ร้านขายของฝากของที่ระลึก หากต้องการพักผ่อนบนดอยแม่สลอง ไร่ชาหงษ์ฝู่ก็มีที่พักเปิดให้บริการ ซึ่งมีบรรยากาศที่สวยงามและราคาไม่แพงด้วย

           ที่อยู่ : 13/3 หมู่ 1 บ้านสันติคีรี ตำบลแม่สลองนอก อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย

          เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้เข้าเที่ยวชมเฉพาะกลุ่ม เพราะเป็นไร่ชาออแกนิกส์ แต่ลูกค้าของรีสอร์ท หรือร้านอาหารสามารถสอบถามได้โดยตรงจากพนักงาน

         
ค่าธรรมเนียม : สอบถามจากทางไร่ชาหงษ์ฝู่โดยตรง

          
โทรศัพท์ :  08 0558 0066

           เว็บไซต์ : www.hongfuteas.com


7. ไร่ชาวาวี จังหวัดเชียงราย

ไร่ชา

          ดอยวาวี เป็นชุมชนเก่าแก่ของชาวจีนฮ่อที่อพยพเข้ามาทางตอนเหนือของประเทศไทย และได้นำวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวจีนคือการดื่มชาเข้ามาในเมืองไทย จนทำให้พวกเขายึดอาชีพการปลูกชาเป็นหลัก และด้วยพื้นที่ของดอยวาวี บวกกับพันธุ์ชาดั้งเดิม ทำให้ชาของที่นี่มีรสชาติหอมหวานไม่เหมือนกับที่ไหนในเมืองไทย โดยทั่วดอยวาวีจะมีทัศนียภาพของไร่ชาที่สวยงาม พร้อมกับบรรยากาศเงียบสงบ และอากาศเย็นสบาย นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังจะได้สัมผัสกับวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชาวบ้าน รับประทานอาหารพื้นเมืองอันเป็นเอกลักษณ์ อีกทั้งยังได้ลิ้มรสบ๊วย พลัม ท้อ และผลไม้เมืองหนาวหลากหลายชนิดอีกด้วย

          ที่ตั้ง : ดอยวาวี อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย

          เวลาเปิด-ปิด : ไร่ชาของชาวบ้านจะอยู่ริมเขาและริมถนน สามารถเข้าเที่ยวชมได้ตลอดเวลา

          ค่าธรรมเนียม : ฟรี

          
โทรศัพท์ : สอบถามข้อมูลได้ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงราย โทร. 0 5371 7433


8. ไร่ชาลุงเดช จังหวัดเชียงใหม่


ภาพจาก thairoyalprojecttour

          ใกล้กับศูนย์พัฒนาโครงการหลวงม่อนเงาะ บนพื้นที่ดอยสูงมีแปลงปลูกชาที่สวยงาม เรียงรายลดหลั่นกันลงมาตามไหล่เขา ซึ่งพื้นที่แห่งนี้มีชื่อเรียกว่า "ไร่ชาลุงเดช" นอกจากชาที่นี่จะมีคุณภาพดีแล้ว ยังมีทัศนียภาพที่สวยงามอีกด้วย เพราะตั้งอยู่บนเนินเขาที่โอบล้อมไปด้วยภูเขาสูงสลับซับซ้อน จึงทำให้มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี นักท่องเที่ยวจะได้เที่ยวชมไร่ชา พร้อมทั้งเรียนรู้วิธีการเก็บเกี่ยวชา ชิมชา และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ชาจากไร่ในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด อีกทั้งยังได้สัมผัสกับวิถีชีวิตของชาวเขาเผ่าม้ง  และเที่ยวชมสวนส้ม สวนกล้วยไม้ แปลงปลูกกาแฟ และพืชผลเมืองหนาวอีกด้วย

           ที่อยู่ : ตำบลเมืองก๋าย อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่

           โทรศัพท์ : ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงม่อนเงาะ โทร.  0 5331 8308

          ทั้งหมดนี้เป็นเพียงไร่ชาส่วนหนึ่งเท่านั้นในเมืองไทย หนาวนี้ใครอยากจะพาครอบครัว หรือคนรักไปสัมผัสบรรยากาศโรแมนติกที่ไร่ชา ก็ลองแวะเวียนไปเที่ยวทั้ง 8 ที่นี้ดูได้ค่ะ ซึ่งแต่ละที่นั้นรับรองได้เลยว่าจะทำให้คุณประทับไม่มีวันลืมเลยทีเดียว






  • ขัดใจ
  • 0
  • ถูกใจ
  
เรียนผู้เยี่ยมชม คุณกำลังเรียกดูเว็บไซต์ของเราในฐานะบุคคลทั่วไป เราขอแนะนำให้คุณ ลงทะเบียน และเข้าสู่ระบบเพื่อดูเนื้อหาที่ซ่อนอยู่